สรุป เรื่อง
Inside out
ตัวละครแต่ละตัว
ร่าเริง : ต้องการที่จะทำให้ไรลีย์มีความสุข
บางครั้งไรลีย์ก็มีอารมณ์เศร้าซึมเพราะต้องย้ายบ้าน ย้ายโรงเรียน
เจอกะสิ่งแวดล้อมใหม่ ไม่ยอมให้เศร้าซึมเข้าใ
กล้ความจำหลัก คอยแก้ปัญหาให้ไรลีย์มีความสุข
แต่สุดท้ายก็คิดได้ว่าเศร้าซึมก็สามารถช่วยไรลีย์ได้เหมือนกัน
เศร้าซึม :
บุคลิกเศร้า กังวล คิดมากกะสิ่งที่เกิด อยากมีส่วนร่วม
ให้ไรลีย์มีความสุข บางทีก็จุ้นจ้านไม่เข้ารื่อง
จึงทำให้อารมณ์ของไรลีย์เปลี่ยนไป
สุดท้ายก็ช่วยให้ไรลีย์กลับมามีความสุขอีกครั้ง
ความกลัว : กลัวบันไดลงชั้นใต้ดิน ไม่ชอบบล็อคโคลี กลัวเครื่องดูดฝุ่น คล้อยไปตามฉุนเฉียว และขยะแขยง ไม่เป็นตัวของตัวเอง
ฉุนเฉียว : มีอารมณ์โกรธ
มีอารมณ์ ความคิดในแง่ลบ
จะให้ไรลีย์กลลับบ้านหลังเก่าที่อยู่มินิโซต้า
เกือบทำให้ความทรงจำทุกอย่างพัง และทำให้ไรลีย์ไม่มีความรู้สึก
ขยะแขยง :
ไม่ชอบบล็อคโคลี
ทำให้ไรลีย์ไม่ชอบบ้านหลังใหม่
ยุยงให้ฉุนเฉียวโกรธในบางเรื่อง
จากการชมภาพยนต์เรื่อง
Inside
Out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง
เป็นภาพยนต์แนวความคิด ครอบครัว และการพัฒนาการของไรลีย์
ตั้งแต่การเกิดอารมณ์ร่าเริง แล้เศร้าซึม ของ เด็กแรกเกิด เมื่อโตขึ้นมาก็เกิด อารมณ์ความกลัว ความชุนเฉียว ขยะแขยง
จากการทำงานของสมองจะมีการเก็บความทรงจำ ทั้งรูปแบบความจำระยะสั้น
แล้วความทรงจำหลัก ความทรงจำหลักก็จะส่งผลถึงบุคลิกภาพของเด็กได้
และแต่ละวันก็จะเกิดความทรงจำระยะยาว เก็บไว้ในสมอง
และอาจศูนย์เสียความจำระยะยาวด้วยการเวลา ความอลเวงของครอบครัว ไรลีย์เกิดขึ้นตอนที่ย้ายบ้าน
ทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เหตุการณ์ก็เริ่มแปรปรวนเมื่อไรลีย์ย้ายบ้านจากมินิโซต้าไปยังซานฟรานซิสโกส่งผลให้อารมณ์ของเธอแปรปรวนอย่างหนัก
สอดคล้องกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสมองของไรลีย์ด้วย
เมื่อร่าเริงและเศร้าซึมโดนดูดเข้าไปในท่อส่งความทรงจำไปยังสถานที่เก็บความทรงจำ
เหลือเพียงอารมณ์กลัว
กลัว ชุดเฉียว และขยะแขยง มีแต่อารมณ์ในทางลบจึงไม่เกิดปัญญาแก้ไขได้ ร่าเริงและเศร้าซึมโดน
พยายามที่จะกลับมาสร้างความสมดุล ของสมองสั่งการ
ที่จะช่วยให้เกิดการส่งเสริมการเรียนรู้ ขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรู้คิดได้
ดังทฤษฏีการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญา
ความเกี่ยวข้องกับทฤษฎี
1. ทฤษฎีพัฒนาการเชาว์ปัญญาของเพียเจต์
เพียเจต์เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยธรรมชาติมนุษย์จะเป็นผู้พร้อมที่จะมีกริยากรรม เช่นกับไรลีย์ เมื่อเขาลืมตาดูโลกขึ้นมาจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก ในภายในไรลีย์จะมีระบบจัดเก็บรวบรวมกระบวนการต่างๆอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับภายนอก มีทั้งการซึมซาบประสบการณ์และการตีความต่างๆ
2. ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการค้นพบของบรูเนอร์
ไรลีย์จะแสดงพัฒนาการทางสมองด้วยการกระทำ และดำเนินต่อไปเรื่อยๆตลอดชีวิต เรียกว่า Enactive Mode เป็นวิธีการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยการจับต้อง เช่น ผลัก ดึง จับ การเล่นกีฬาของไรลีย์ นอกจากใช้ประสาทสัมผัสแล้วเด็กยังสามารถถ่ายทอดด้วยภาพในใจของเค้า เมื่อไรลีย์สามารถที่จะสร้างจินตนาการได้ เด็กก็สามารถรับรู้สิ่งต่างในโลกได้ด้วยการใช้ Iconic Mode
3. ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของอองซูเบล
ไรลีย์ ที่เคยเล่นกีฬามาแล้วจะสามารถจำวิธีการเล่นได้โดยไม่ต้องจดจำ เป็นการเชื่อมโยงสิ่งที่เป็นความรู้ใหม่กับหลักเกณฑ์เดิมที่เคยสร้างมาแล้ว
4. ทฤษฎีประมวลสารสนเทศ
ไรลีย์ มีการทำงานกระบวนการต่างๆในการประมวลสารสนเทศ เช่น ความใส่ใจ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรู้จักคิดของตนเอง (Metacognition)
สิ่งที่ได้จากการดูหนัง
-ได้รับความสนุกสนาน การจิตนาการไปตามเรื่องทำให้รู้จักกับกระบวนการทำงานภายในสมอง ทางด้านการควบคุมอารมณ์ในรูปแบบต่างๆ
- ได้ความรู้เกี่ยวกับความทรงจำระยะสั้น และความทรงจำระยะยาว ถ้าเราไม่จำจด ไปนานๆความทรงจำนั้นก็จะค่อยๆ เลือนหายไป
- อารมณ์สามารถทำให้คนเกิดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ เราควรตระหนักถึงสิ่งที่รับรู้ การใช้อารมณ์ และกระบวนการในการทำงาน การหาทางที่จะทำให้อารมณ์ในทุกๆด้านมีสมดุล ทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ และหาทางที่ใช้ประโยชน์จากแต่ละอารมณ์ในแต่สถานการณ์ที่เหมาะสม



