วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุปเรื่องInside Out


สรุป เรื่อง Inside out

ตัวละครแต่ละตัว
ร่าเริง  : ต้องการที่จะทำให้ไรลีย์มีความสุข บางครั้งไรลีย์ก็มีอารมณ์เศร้าซึมเพราะต้องย้ายบ้าน  ย้ายโรงเรียน   เจอกะสิ่งแวดล้อมใหม่   ไม่ยอมให้เศร้าซึมเข้าใ กล้ความจำหลัก คอยแก้ปัญหาให้ไรลีย์มีความสุข   แต่สุดท้ายก็คิดได้ว่าเศร้าซึมก็สามารถช่วยไรลีย์ได้เหมือนกัน

เศร้าซึม  :  บุคลิกเศร้า กังวล คิดมากกะสิ่งที่เกิด อยากมีส่วนร่วม ให้ไรลีย์มีความสุข บางทีก็จุ้นจ้านไม่เข้ารื่อง จึงทำให้อารมณ์ของไรลีย์เปลี่ยนไป  สุดท้ายก็ช่วยให้ไรลีย์กลับมามีความสุขอีกครั้ง
ความกลัว :  กลัวบันไดลงชั้นใต้ดิน  ไม่ชอบบล็อคโคลี  กลัวเครื่องดูดฝุ่น  คล้อยไปตามฉุนเฉียว และขยะแขยง  ไม่เป็นตัวของตัวเอง

ฉุนเฉียว :  มีอารมณ์โกรธ  มีอารมณ์  ความคิดในแง่ลบ จะให้ไรลีย์กลลับบ้านหลังเก่าที่อยู่มินิโซต้า  เกือบทำให้ความทรงจำทุกอย่างพัง และทำให้ไรลีย์ไม่มีความรู้สึก
ขยะแขยง :  ไม่ชอบบล็อคโคลี  ทำให้ไรลีย์ไม่ชอบบ้านหลังใหม่  ยุยงให้ฉุนเฉียวโกรธในบางเรื่อง 

จากการชมภาพยนต์เรื่อง Inside Out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง เป็นภาพยนต์แนวความคิด ครอบครัว และการพัฒนาการของไรลีย์ ตั้งแต่การเกิดอารมณ์ร่าเริง แล้เศร้าซึม ของ เด็กแรกเกิด  เมื่อโตขึ้นมาก็เกิด อารมณ์ความกลัว  ความชุนเฉียว ขยะแขยง จากการทำงานของสมองจะมีการเก็บความทรงจำ ทั้งรูปแบบความจำระยะสั้น แล้วความทรงจำหลัก ความทรงจำหลักก็จะส่งผลถึงบุคลิกภาพของเด็กได้ และแต่ละวันก็จะเกิดความทรงจำระยะยาว  เก็บไว้ในสมอง และอาจศูนย์เสียความจำระยะยาวด้วยการเวลา ความอลเวงของครอบครัว ไรลีย์เกิดขึ้นตอนที่ย้ายบ้าน ทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เหตุการณ์ก็เริ่มแปรปรวนเมื่อไรลีย์ย้ายบ้านจากมินิโซต้าไปยังซานฟรานซิสโกส่งผลให้อารมณ์ของเธอแปรปรวนอย่างหนัก สอดคล้องกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสมองของไรลีย์ด้วย เมื่อร่าเริงและเศร้าซึมโดนดูดเข้าไปในท่อส่งความทรงจำไปยังสถานที่เก็บความทรงจำ เหลือเพียงอารมณ์กลัว กลัว ชุดเฉียว และขยะแขยง มีแต่อารมณ์ในทางลบจึงไม่เกิดปัญญาแก้ไขได้ ร่าเริงและเศร้าซึมโดน พยายามที่จะกลับมาสร้างความสมดุล ของสมองสั่งการ ที่จะช่วยให้เกิดการส่งเสริมการเรียนรู้ ขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรู้คิดได้ ดังทฤษฏีการเรียนรู้กลุ่มพุทธิปัญญา
 

ความเกี่ยวข้องกับทฤษฎี
1.  ทฤษฎีพัฒนาการเชาว์ปัญญาของเพียเจต์
          เพียเจต์เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยธรรมชาติมนุษย์จะเป็นผู้พร้อมที่จะมีกริยากรรม  เช่นกับไรลีย์ เมื่อเขาลืมตาดูโลกขึ้นมาจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก ในภายในไรลีย์จะมีระบบจัดเก็บรวบรวมกระบวนการต่างๆอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับภายนอก มีทั้งการซึมซาบประสบการณ์และการตีความต่างๆ

2.  ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการค้นพบของบรูเนอร์
          ไรลีย์จะแสดงพัฒนาการทางสมองด้วยการกระทำ และดำเนินต่อไปเรื่อยๆตลอดชีวิต เรียกว่า Enactive Mode เป็นวิธีการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม โดยการจับต้อง เช่น ผลัก ดึง จับ การเล่นกีฬาของไรลีย์  นอกจากใช้ประสาทสัมผัสแล้วเด็กยังสามารถถ่ายทอดด้วยภาพในใจของเค้า  เมื่อไรลีย์สามารถที่จะสร้างจินตนาการได้ เด็กก็สามารถรับรู้สิ่งต่างในโลกได้ด้วยการใช้ Iconic Mode

3.  ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของอองซูเบล
          ไรลีย์  ที่เคยเล่นกีฬามาแล้วจะสามารถจำวิธีการเล่นได้โดยไม่ต้องจดจำ เป็นการเชื่อมโยงสิ่งที่เป็นความรู้ใหม่กับหลักเกณฑ์เดิมที่เคยสร้างมาแล้ว

4.  ทฤษฎีประมวลสารสนเทศ
ไรลีย์  มีการทำงานกระบวนการต่างๆในการประมวลสารสนเทศ เช่น ความใส่ใจ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรู้จักคิดของตนเอง (Metacognition)
 

สิ่งที่ได้จากการดูหนัง
-ได้รับความสนุกสนาน การจิตนาการไปตามเรื่องทำให้รู้จักกับกระบวนการทำงานภายในสมอง ทางด้านการควบคุมอารมณ์ในรูปแบบต่างๆ
- ได้ความรู้เกี่ยวกับความทรงจำระยะสั้น และความทรงจำระยะยาว ถ้าเราไม่จำจด ไปนานๆความทรงจำนั้นก็จะค่อยๆ เลือนหายไป
- อารมณ์สามารถทำให้คนเกิดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ เราควรตระหนักถึงสิ่งที่รับรู้ การใช้อารมณ์ และกระบวนการในการทำงาน การหาทางที่จะทำให้อารมณ์ในทุกๆด้านมีสมดุล ทำงานด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ และหาทางที่ใช้ประโยชน์จากแต่ละอารมณ์ในแต่สถานการณ์ที่เหมาะสม


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น